วันพฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ลำดับเหตุการณ์สำคัญ ในประวัติศาสตร์ของชาติไทย

สมัยกรุงสุโขทัย
  • พ.ศ.1800
    พ่อขุนบางกลางท่าว ประกาศตั้งกรุงสุโขทัยเป็นอิสระ และสถาปนาราชวงศ์พระร่วงขึ้น ณ กรุงสุโขทัย ทรงพระนามว่า พ่อขุนศรีอินทราทิตย์
  • พ.ศ.1820
    พ่อขุนรามคำแหง ขึ้นครองราชสมบัติเมื่อพระชนมายุได้ 38 พรรษา อาณาจักรไทยในสมัยนั้น แผ่กว้างใหญ่ไพศาลมาก
  • พ.ศ.1826
    พ่อขุนรามคำแหง ทรงประดิษฐ์แบบลายสือไทยขึ้นเป็นครั้งแรก
  • พ.ศ.1835
    พ่ขุนรามคำแหง ทรงสร้างหลักศิลาจารึก
  • พ.ศ.1843
    พ่อขุนรามคำแหง เสด็จประพาสเมืองจีน ได้นำช่างปั้นเคลือบดินเผากลับมาไทยด้วย และโปรดให้สร้างโรงงานขึ้น ที่เมืองสวรรคโลก
  • พ.ศ.1850
    อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ ซึ่งสร้างเมื่อปี พ.ศ. 700 ในศรีลังกา จากนครศรีธรรมราช มาประดิษฐานไว้ ณ.สุโขทัย ต่อมาถูกอัญเชิญประดิษฐานอยู่ ณ.พระที่นั่งพุทไธสวรรค์ ในพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ
  • พ.ศ.1860
    พ่อขุนรามคำแหง เสด็จสวรรคต ครองราชย์อยู่นาน 40 ปี พญาเลอไทขึ้นครองราชย์สมบัติต่อ ไทยเริ่มเสื่อมอำนาจ ทำให้ไทยต้องเสียเมืองไปมาก จนอาณาจักรสุโขทัยสิ้นสุดลง

สมัยกรุงศรีอยุธยา

·         พ.ศ.1893 
พระเจ้าอู่ทอง เสด็จขึ้นครองราชย์ทรงพระนามว่า สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 และขนานนามราชธานีว่า กรุงเทพทวาราวดีศรีอยุธยา ทรงครองราชย์อยู่นาน 20 ปี
·         พ.ศ.1912
พระราเมศวร ทรงขึ้นครองราชย์ได้เพียงปีเดียว สมเด็จพระบรมราชาธิราช (ขุนหลวงพระงั่ว) ยกกองทัพมาจากเมืองสุพรรณบุรี เข้าประชิดกรุงศรีอยุธยา พระราเมศวรทรงสละราชสมบัติให้ แล้วเสด็จไปครองเมืองลพบุรีตามเดิม
·         พ.ศ.1921
พระมหาธรรมราชาที่ 2 กรุงสุโขทัยยอมเป็นประเทศราช ขึ้นต่อกรุงศรีอยุธยา
·         พ.ศ.1977
สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ เสด็จขึ้นครองราชย์ต่อจากสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 พระบิดา ในรัชสมัยนี้ กรุงศรีอยุธยารุ่งเรืองมาก ทรงปรับปรุงการปกครองเป็น  " จตุสดมภ์ "  ซึ่งแบ่งเป็น เวียง วัง คลัง นา และมีทหารเป็นสมุหกลาโหม มีพลเรือนเป็นสมุหนายก และโปรดฯ ให้มีการถือศักดินาขึ้น
·         พ.ศ.2015
สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ เสด็จสวรรคต พระราชโอรสขึ้นครองราชสมบัติ ทรงพระนามว่า พระรามาธิบดีที่ 2
·         พ.ศ.2022
พระรามาธิบดีที่ 2 ทรงโปรดฯ ให้สร้างพระวิหารวัดพระศรีสรรเพชญ์ขึ้น
·         พ.ศ.2041
สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ทรงทำตำราพิชัยสงครามขึ้นเป็นครั้งแรก
·         พ.ศ.2059
ไทยเริ่มทำสัญญาให้พวกโปรตุเกส เข้ามาทำการค้าขาย
·         พ.ศ.2061
ทรงจัดระเบียบการปกครองฝ่ายทหาร และกำหนดให้ชายฉกรรจ์ มีหน้าที่รับราชการตั้งแต่อายุ 18-60 ปี
·         พ.ศ.2088
ทรงขุดคลองลัด จากปากคลองบางกอกน้อย ถึงปากคลองบางกอกใหญ่ แล้วเรียกคลองบางกอก ซึ่งต่อมากระแสน้ำไหลทางคลองลัดบางกอก กลายเป็นแม่น้ำใหญ่ ตอนหน้าพระบรมมหาราชวัง
·         พ.ศ.2091
พระมหาจักรพรรดิ ทรงชนช้างกับพระเจ้าแปร ช้างพระที่นั่งเสียที สมเด็จพระศรีสุริโยทัย กับพระราชบุตรีชนช้างเข้ากันไว้ จึงถูกฟันทิวงคตทั้งสองพระองค์ ในรัชสมัยนี้ ทรงได้ขุดคลองลัดที่บางกรวย สร้างเมืองนนทบุรี เมืองสาครบุรี (สมุทรสาคร) เมืองนครไชยศรี (นครปฐม) เมืองฉะเชิงเทรา เมืองสระบุรี และเป็นครั้งแรกที่ญี่ปุ่น เริ่มเข้ามาตั้งบ้านเรือน ในกรุงศรีอยุธยา
·         พ.ศ.2112
ไทยเสียกรุงศรีอยุธยา ให้แก่พระเจ้าบุเรงนอง ในรัชสมัยสมเด็จพระมหินทราธิราช พระเจ้าบุเรงนองทรงราชาภิเษก พระมหาธรรมราชาให้ครองกรุงศรีอยุธยา ในฐานะเป็นประเทศราช
·         พ.ศ.2127
พระนเรศวร ทรงประกาศอิสระภาพที่เมืองแครง
·         พ.ศ.2135
สมเด็จพระนเรศวร ทรงชนช้างกับพระมหาอุปราชา ที่ยกทัพมาตีกรุงศรีอยุธยา พระมหาอุปราชาเสียที ถูกฟันสิ้นพระชนม์อยู่บนคอช้าง
·         พ.ศ.2228
พระวิสูตรสุนทร (โกษาปาน) เป็นฑูตไปฝรั่งเศส กลับมาพร้อมกับสิเออร์โชมองต์ ได้ทำสัญญาค้าขายกัน
·         พ.ศ.2230
ไทยกับอังกฤษ เกิดพิพาทกันเรื่องสินค้า สมเด็จพระนารายณ์ประกาศสงครามกับอังกฤษ
·         พ.ศ.2231
เจ้าพระยาวิชาเยนทร์ถูกประหาร พระเพทราชาขับไล่ฝรั่งเศส ออกนอกประเทศ
·         พ.ศ.2309
ชาวบ้านบางระจัน เข้าต่อสู้สกัดกำลังพม่า แต่ในที่สุดไม่สามารถต้านทานได้ พม่าเข้าล้อมกรุงศรีอยุธยาไว้
·         พ.ศ.2310
พม่าเข้ากรุงศรีอยุธยาได้ เมื่อวันอังคารเดือน 5 ขึ้น 9 ค่ำ ปีกุน พ.ศ.2310 เผาพระราชวัง และวัดพระศรีสรรเพชรญ์ เอาไฟสุมองค์พระศรีสรรเพชรญ์ เอาทองคำที่หุ้มไป และกวาดต้อนราษฎร และครอบครัวขุนนางไปพม่า พระเจ้าแผ่นดินสวรรคต พร้อมกับเสียกรุงให้แก่พม่า ในระหว่างนี้แม่ทัพนายกองที่เก่งกล้า สามารถตีแหวกแนวข้าศึกออกมาได้ แล้วได้ก่อตั้งกลุ่มชุมชนขึ้น

สมัยกรุงศรีอยุธยา

·         พ.ศ.1893 
พระเจ้าอู่ทอง เสด็จขึ้นครองราชย์ทรงพระนามว่า สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 และขนานนามราชธานีว่า กรุงเทพทวาราวดีศรีอยุธยา ทรงครองราชย์อยู่นาน 20 ปี
·         พ.ศ.1912
พระราเมศวร ทรงขึ้นครองราชย์ได้เพียงปีเดียว สมเด็จพระบรมราชาธิราช (ขุนหลวงพระงั่ว) ยกกองทัพมาจากเมืองสุพรรณบุรี เข้าประชิดกรุงศรีอยุธยา พระราเมศวรทรงสละราชสมบัติให้ แล้วเสด็จไปครองเมืองลพบุรีตามเดิม
·         พ.ศ.1921
พระมหาธรรมราชาที่ 2 กรุงสุโขทัยยอมเป็นประเทศราช ขึ้นต่อกรุงศรีอยุธยา
·         พ.ศ.1977
สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ เสด็จขึ้นครองราชย์ต่อจากสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 พระบิดา ในรัชสมัยนี้ กรุงศรีอยุธยารุ่งเรืองมาก ทรงปรับปรุงการปกครองเป็น  " จตุสดมภ์ "  ซึ่งแบ่งเป็น เวียง วัง คลัง นา และมีทหารเป็นสมุหกลาโหม มีพลเรือนเป็นสมุหนายก และโปรดฯ ให้มีการถือศักดินาขึ้น
·         พ.ศ.2015
สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ เสด็จสวรรคต พระราชโอรสขึ้นครองราชสมบัติ ทรงพระนามว่า พระรามาธิบดีที่ 2
·         พ.ศ.2022
พระรามาธิบดีที่ 2 ทรงโปรดฯ ให้สร้างพระวิหารวัดพระศรีสรรเพชญ์ขึ้น
·         พ.ศ.2041
สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ทรงทำตำราพิชัยสงครามขึ้นเป็นครั้งแรก
·         พ.ศ.2059
ไทยเริ่มทำสัญญาให้พวกโปรตุเกส เข้ามาทำการค้าขาย
·         พ.ศ.2061
ทรงจัดระเบียบการปกครองฝ่ายทหาร และกำหนดให้ชายฉกรรจ์ มีหน้าที่รับราชการตั้งแต่อายุ 18-60 ปี
·         พ.ศ.2088
ทรงขุดคลองลัด จากปากคลองบางกอกน้อย ถึงปากคลองบางกอกใหญ่ แล้วเรียกคลองบางกอก ซึ่งต่อมากระแสน้ำไหลทางคลองลัดบางกอก กลายเป็นแม่น้ำใหญ่ ตอนหน้าพระบรมมหาราชวัง
·         พ.ศ.2091
พระมหาจักรพรรดิ ทรงชนช้างกับพระเจ้าแปร ช้างพระที่นั่งเสียที สมเด็จพระศรีสุริโยทัย กับพระราชบุตรีชนช้างเข้ากันไว้ จึงถูกฟันทิวงคตทั้งสองพระองค์ ในรัชสมัยนี้ ทรงได้ขุดคลองลัดที่บางกรวย สร้างเมืองนนทบุรี เมืองสาครบุรี (สมุทรสาคร) เมืองนครไชยศรี (นครปฐม) เมืองฉะเชิงเทรา เมืองสระบุรี และเป็นครั้งแรกที่ญี่ปุ่น เริ่มเข้ามาตั้งบ้านเรือน ในกรุงศรีอยุธยา
·         พ.ศ.2112
ไทยเสียกรุงศรีอยุธยา ให้แก่พระเจ้าบุเรงนอง ในรัชสมัยสมเด็จพระมหินทราธิราช พระเจ้าบุเรงนองทรงราชาภิเษก พระมหาธรรมราชาให้ครองกรุงศรีอยุธยา ในฐานะเป็นประเทศราช
·         พ.ศ.2127
พระนเรศวร ทรงประกาศอิสระภาพที่เมืองแครง
·         พ.ศ.2135
สมเด็จพระนเรศวร ทรงชนช้างกับพระมหาอุปราชา ที่ยกทัพมาตีกรุงศรีอยุธยา พระมหาอุปราชาเสียที ถูกฟันสิ้นพระชนม์อยู่บนคอช้าง
·         พ.ศ.2228
พระวิสูตรสุนทร (โกษาปาน) เป็นฑูตไปฝรั่งเศส กลับมาพร้อมกับสิเออร์โชมองต์ ได้ทำสัญญาค้าขายกัน
·         พ.ศ.2230
ไทยกับอังกฤษ เกิดพิพาทกันเรื่องสินค้า สมเด็จพระนารายณ์ประกาศสงครามกับอังกฤษ
·         พ.ศ.2231
เจ้าพระยาวิชาเยนทร์ถูกประหาร พระเพทราชาขับไล่ฝรั่งเศส ออกนอกประเทศ
·         พ.ศ.2309
ชาวบ้านบางระจัน เข้าต่อสู้สกัดกำลังพม่า แต่ในที่สุดไม่สามารถต้านทานได้ พม่าเข้าล้อมกรุงศรีอยุธยาไว้
·         พ.ศ.2310
พม่าเข้ากรุงศรีอยุธยาได้ เมื่อวันอังคารเดือน 5 ขึ้น 9 ค่ำ ปีกุน พ.ศ.2310 เผาพระราชวัง และวัดพระศรีสรรเพชรญ์ เอาไฟสุมองค์พระศรีสรรเพชรญ์ เอาทองคำที่หุ้มไป และกวาดต้อนราษฎร และครอบครัวขุนนางไปพม่า พระเจ้าแผ่นดินสวรรคต พร้อมกับเสียกรุงให้แก่พม่า ในระหว่างนี้แม่ทัพนายกองที่เก่งกล้า สามารถตีแหวกแนวข้าศึกออกมาได้ แล้วได้ก่อตั้งกลุ่มชุมชนขึ้น

สมัยกรุงรัตนโกสินทร์

·         พ.ศ.2325
ได้อัญเชิญเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ขึ้นเถลิงถวัลย์ราชสมบัติเป็นพระเจ้าแผ่นดิน ทรงพระนามว่า พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก เป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี เมื่อเดือนมิถุนายน ในขณะมีพระชนมายุได้ 45 พรรษา ทรงย้ายราชธานีมาอยู่บางกอก บนฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาฟากตะวันออก ขนานนามว่า กรุงรัตนโกสินทร์ ทรงให้ขุดคลองบางลำพู หรือคลองโอ่งอ่าง เป็นคูพระนคร สร้างกำแพงเมือง และป้อมตามแนวคลองคูเมืองใหม่ และตั้งเสาหลักเมือง สร้างหอกลองขึ้นที่หน้าวัดโพธิ์
·         พ.ศ.2327
โปรดฯ ให้สร้างเทวสถานโบสถ์พราหมณ์เสาชิงช้า สร้างวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) และอัญเชิญพระแก้วมรกตมาประดิษฐาน
·         พ.ศ.2328
เกิดศึก  " เก้าทัพ "   ที่พม่ายกทัพเข้ามาทางด่านเจดีย์สามองค์ พม่ายกทัพลงไปตีเมืองถลาง คุณหญิงจันทร์ กับน้องสาว ชื่อมุก รบพม่าป้องกันเมืองไว้ได้ ทรงตั้งคุณหญิงจันทร์ เป็นท้าวเทพกษัตรี และนางมุก เป็นท้าวศรีสุนทร
·         พ.ศ.2329
เสียเกาะหมากให้อังกฤษ (เสียดินแดนครั้งที่ 1)
·         พ.ศ.2331
สังคยานาพระไตรปิฎก นับเป็นครั้งที่ 9
·         พ.ศ.2336
เสียมะริด ทะวาย และตะเนาศรี ให้อังกฤษ (เสียดินแดนครั้งที่ 2)
·         พ.ศ.2338
เชิญพระพุทธสิหิงค์จากเชียงใหม่ มาไว้ที่วังหน้า หรือพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ
·         พ.ศ.2347
ทรงตั้งข้าราชการ และผู้รู้หลายท่านให้รวบรวม และชำระกฎหมาย ซึ่งกระจัดกระจายหายสูญไป ในคราวเสียกรุงศรีอยุธยา ประมาณ 9 ส่วน เหลือเพียงส่วนเดียวนั้น ให้เรียบร้อยถูกต้องดั่งเดิม แล้วให้เขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ได้ใช้เป็นระเบียบราชการ มาจนถึงรัชกาลที่ 5 คือ ที่เรียกกันในขณะนี้ คือ กฎหมายตราสามดวง (ตราราชสิงห์ คชสีห์ และบัวแก้ว)
·         พ.ศ.2350
สร้างวัดสุทัศน์
·         พ.ศ.2351
เชิญพระศรีศากยมุนี จากเมืองสุโขทัย มาให้ประดิษฐานอยู่ใจกลางพระนคร
·         พ.ศ.2352
รัชกาลที่ 1 เสด็จสวรรคต
·         พ.ศ.2362
ฉลองวัดอรุณราชวราราม เกิดอหิวาตกโรคระบาดครั้งใหญ่ โปรดให้ประกอบพระราชพิธี อาพาธพินาศ สังคายนาสวดมนต์ โปรตุเกสตั้งสถานกงศุลเป็นแห่งแรก
·         พ.ศ.2367
รัชกาลที่ 2 เสด็จสวรรคต
·         พ.ศ.2368
เฮนรี่ เบอร์นี่ เข้ามาขอเจรจาทำสัญญาค้าขาย
·         พ.ศ.2369
เจ้าอนุวงศ์เป็นกบฎ กำเนิดวีรกรรม ท้าวสุรนารี (คุณหญิงโม)
·         พ.ศ.2474
เกิดน้ำท่วมใหญ่ ที่เรียกว่า น้ำท่วมปีเถาะ
·         พ.ศ.2375
เอ็ดมันด์ โรเบิร์ด เข้ามาขอทำสัญญาการค้าไทย - อเมริกา เป็นครั้งแรก
·         พ.ศ.2378
หมอบรัดเลย์ มาถึงไทยนำแท่นพิมพ์หนังสือ กับตัวพิมพ์มาด้วย
·         พ.ศ.2387
พวกมิชชันนารี ทำหนังสือพิมพ์ข่าวเป็นภาษาไทยขึ้น เป็นครั้งแรก ใช้ชื่อหนังสือพิมพ์ บางกอกรีคอเดอร์
·         พ.ศ.2392
เกิดอหิวาตกโรคระบาด ที่เรียกว่า ห่าลงปีระกา มีคนล้มตายหลายหมื่นคน
·         พ.ศ.2394
เริ่มรัชกาลที่ 4 เริ่มมีการสวมเสื้อ ในเวลาเข้าเฝ้า สตรีในคณะมิชชันนารี เข้าไปสอนภาษา ในพระบรมมหาราชวัง
·         พ.ศ.2400
ส่งฑูตไปเจริญทางพระราชไมตรี ยังประเทศอังกฤษ กำเนิดเครื่องราชอิสริยาภรณ์ รุ่นแรกของไทย เริ่มออกหนังสือราชกิจจานุเบกษา เริ่มสร้างกำปั่นรบกลไฟ
·         พ.ศ.2404
โปรดฯ ให้สร้างถนนเจริญกรุงตอนใต้ ที่เรียกว่า ถนนตก และถนนสีลม ในรัชกาลสมัยนี้ ได้เปลี่ยนใช้เงินตราใหม่ เป็นเงินเหรียญ ทั้งเงินบาท เงินสลึง และเงินเฟื้อง กับทำเหรียญทองแดง อันละโสฬส อันละอัฐ อันละซีก เรียกว่าไพ เป็นเงินย่อยแทนเบี้ย
·         พ.ศ.2405
นางแอนนา เลียวโนเวนส์ เข้ามารับราชการครู สอนภาษาอังกฤษ ในราชสำนัก
·         พ.ศ.2406
โปรดฯ ให้สร้างถนนบำรุงเมือง สร้างพระเจดีย์ใหญ่ ซึ่งค้างตั้งแต่รัชกาลที่ 3 โดยให้สร้างฐานเป็นภูเขา แล้วสร้างพระเจดีย์ไว้บนยอด เรียกว่า พระบรมบรรพต (ภูเขาทอง) และในปีนี้เริ่มมีเงินกระดาษออกใช้
·         พ.ศ.2410
ตั้งเซอร์ จอห์นเบริง เป็นเอกอัครราชฑูตไทย ประจำยุโรป
·         พ.ศ.2411
เสด็จทอดพระเนตร สุริยุปราคามิดดวงที่หว้ากอ เมืองประจวบคีรีขันธ์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นครองราชย์
·         พ.ศ.2416
รัชกาลที่ 5 มีพระชนมายุครบ 20 พรรษา เสด็จออกทรงผนวช เมื่อทรงลาผนวช ทรงว่าราชการสิทธิ์ขาดด้วยพระองค์เอง เลิกประเพณีหมอบคลานเข้าเฝ้า ตั้งหอรัษฎากรพิพัฒน์ การตั้งหอรัษฎากรพิพัฒน์ เป็นการจัดการรั่วไหลของภาษีอากร ซึ่งพวกเจ้านาย และขุนนางบางคน มีผลประโยชน์จากภาษีอากรนี้ และยังเป็นการรวบรวมเงินของรัฐบาล เพื่อนำไปใช้ในการดำเนินการ ปฎิรูปการปกครอง
·         พ.ศ.2417
ตั้งสภาที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน (Council of state) หรือรัฐมนตรีสภา ประกอบด้วย เจ้านาย และขุนนางอาวุโส 20 คน และองคมนตรีสภา (Privy Council) ตราพระราชบัญญัติพิกัดเกษียน อายุลูกทาส ลูกไทย
·         พ.ศ.2425
ฉลองพระนครครบรอบ 100 ปี เมอสิเออร์เดอร เลสเซป ที่ขุดคลองสุเอช เข้าเฝ้าจะขอขุดคลองคอคอดกระ แต่ระงับไป
·         พ.ศ.2429
สถาปนาสมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ เป็น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามราชกุมาร
·         พ.ศ.2430
ตั้งกรมศึกษาธิการ ตั้งกรมยุทธนาธิการ (กระทรวงกลาโหม) กำเนิดโรงเรียนนายร้อยทหารบก
·         พ.ศ.2431
เสียแคว้นสิบสองจุไทยให้ฝรั่งเศส (เสียดินแดนครั้งที่ 8)
·         พ.ศ.2433
ประกาศใช้ศักราชใหม่ เรียกว่า   " รัตนโกสินทรศก "   เป็นรัตนโกสินทรศก 108 และใช้วันทางสุริยคติ ในทางราชการ
·         พ.ศ.2435
ตั้งกระทรวงครั้งใหญ่ 12 กระทรวง กำเนิดโรงเรียนฝึกหัดครูแห่งแรก ตั้งศาลโปริสภา ส่งนักเรียนไปศึกษาวิชาทหาร ในยุโรปรุ่นแรก
·         พ.ศ.2436
เปิดรถไฟเอกชนสายปากน้ำ ฉลองพระไตรปิฎก ฉบับพิมพ์ครั้งแรก ตั้งมหามกุฎราชวิทยาลัย กำเนิดสภาอุนาโลมแดง (สภากาชาดไทย)
·         พ.ศ.2437
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศสยามกุฎราชกุมารทิวงคต โปรดให้สถาปนาเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ เป็นสยามมกุฎราชกุมารแทน
·         พ.ศ.2442
เริ่มสร้างทางรถไฟสายใต้ และสร้างถนนราชดำเนินนอก
·         พ.ศ.2448
โปรดฯ ให้เลิกทาส
·         พ.ศ.2449
ยกเมืองเสียมราฐ และเมืองพระตะบอง เมืองศรีโสภณ หรือมณฑลบูรพา ให้ฝรั่งเศส แลกกับเมืองตราด (เสียดินแดนครั้งที่ 12)
·         พ.ศ.2451
ยกเมืองไทรบุรี กลันตัน ตรังกานู และปะลิส ให้อังกฤษ (เสียดินแดนครั้งที่ 13) ปีนี้ได้เริ่มใช้มาตราการเงินใหม่ มีอัตรา 1 บาท เท่ากับ 100 สตางค์
·         พ.ศ.2453
พระบาทสมเด็จ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นครองราชย์
·         พ.ศ.2454
ทรงตั้งกองเสือป่า และกองลูกเสือขึ้นในปีนี้ ได้เกิดกบฎ ร.ศ.130   ซึ่งเป็นกลุ่มที่เสนอ แนวทางปฏิวัติประชาธิปไตย ทรงพระกรุณาลดโทษ พวกกบฎเรื่อยมา จนในที่สุดได้ปล่อยจนหมด
·         พ.ศ.2455
เปลี่ยนใช้ศักราชใหม่เป็น  " พุทธศักราช "
·         พ.ศ.2459
โปรดฯ ให้เลิกหวย ก.ข. และปีต่อมา โปรดฯ ให้เลิกโรงบ่อนเบี้ยจนหมด
·         พ.ศ.2460
ประกาศสงคราม เข้ากับฝ่ายสัมพันธมิตรรบเยอรมัน เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม และส่งทหารไปฝรั่งเศส ได้เปลี่ยนธงชาติ เป็น ธงไตรรงค์ ในปีนี้ได้เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ขึ้น
·         พ.ศ.2461
ทรงทำการทดลอง การปกครองแบบประชาธิปไตย โดยจัดตั้งเมืองจำลองดุสิตธานี เป็นนครประชาธิปไตยขึ้น มีรัฐธรรมนูญ และมีสภา
·         พ.ศ.2462
ไทยได้ร้องขอนานาประเทศ ให้เปลี่ยนแปลงสัญญาที่ทำกันไว้ ในเรื่องการศาล และเรื่องภาษี ร้อยชักสาม เพื่อให้ไทยมีอิสระในการศาล และการภาษีอากร สหรัฐอเมริกาตกลงยินยอม แต่นานาประเทศในยุโรปยังไม่ได้ตกลง
·         พ.ศ.2468
โปรดฯ ตั้ง ดร.ฟรานซิส บี.แซร์ ชาวอเมริกัน ซึ่งเป็นที่ปรึกษาราชการต่างประเทศ เป็นพระยากัลยาณไมตรี พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ เสด็จสวรรคต
·         พ.ศ.2469
รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ไทยมีอิสระเต็มที่ในทางการศาล และการเก็บภาษีอากร
·         พ.ศ.2475
พิธีฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ ที่ตั้งมาครบรอบ 150 ปี และเปิดสะพานปฐมบรมราชานุสรณ์ วันที่ 24 มิถุนายน เปลี่ยนแปลงการปกครอง จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช เป็น ระบอบประชาธิปไตย โดยมีพระมหากษัตริย์ อยู่ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญ
·         พ.ศ.2477
สมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว สละราชสมบัติ รัฐสภาได้มีมติอัญเชิญพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอานันทมหิดล ขึ้นครองราชย์
·         พ.ศ.2489
รัชกาลที่ 8 เสด็จสวรรคตด้วยพระแสงปืน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น